ขอต้อนรับสู่ หมู่บ้านเฉลิมพระเกียรติ ชมรมเพาะพันธุ์กล้ายางคุณภาพ ตอนนี้ยาง TP48 พันธุ์มาเลย์ พร้อมออกสู่เกษตรกรแล้ว สายพันธุ์อื่น ๆ ปรับราคาใหม่ ในราคาเกษตรกร และตอนนี้ทางชมรมต้องการตัวแทนตัวหน่ายกล้ายาง สนใจรายละเอียด กรุณาติดต่อโดยตรง

โรคใบจุดคอลเลโทตริกัม

โรคใบจุดคอลเลโทตริกัม 

เกิดจากเชื้อรา Colletorichum gloeosprides (Penz.) Sacc. โรคนี้ระบาดได้กับต้นยางทุกระยะการเจริญเติบโต ตั้งแต่ระยะต้นกล้า จนกระทั่งเจริญเติบโตเต็มที่ สามารถเข้าทำลายใบ และกิ่งก้านที่มีสีเขียว บางครั้งกิ่งก้านเป็นโรครุนแรงมากจนทำให้ยอดแห้งตายไปด้วย

ลักษณะอาการ : ใบอ่อนที่เพิ่งแตกออกมาใหม่ จะอ่อนแอต่อการเข้าทำลายของเชื้อ โดยจะเริ่มทำลายที่ปลายใบเข้ามายังโคนใบ เกิดเป็นแผลสีน้ำตาลเข้ม ทำให้ใบผิดรูปผิดร่าง เหี่ยวแห้งและร่วงหล่นเหลือแต่ก้านใบ ในระยะนี้อาการโรคมักสับสนกับอาการของโรคราแป้ง และโรคใบจุดตานก ใบที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้วจะมีความต้านทานต่อการทำลายตามธรรมชาติ จึงพบอาการเป็นจุดแผลบนใบจำนวนมาก จุดแผลมีลักษณะกลมสีน้ำตาล ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-2 มิลลิเมตร ขอบแผลมีสีเหลืองเมื่อใบมีอายุมากขึ้น จุดเหล่านี้จะนูนจนสังเกตเห็นได้ชัด ถ้าระบาดรุนแรงในแปลงกล้า จะทำให้ใบร่วงโกร๋นเหลือแต่ลำต้น ต้นชะงักการเจริญเติบโต ติดตายาก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือก การระบาดบนต้นที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว อาจมีผลต่อผลผลิต
          เนื่องจากเชื้อราทำให้เกิดใบร่วงซ้ำ ๆ กัน จนเป็นผลทำให้เกิดการตายของยอดอ่อน เชื้อจะเจริญลงมาเข้าทำลายส่วนตา และเจริญเข้าไปในลำต้น ทำให้กิ่งแขนงแห้งตาย หากเป็นรุนแรงทำให้ลำต้นแห้งตายได้ ในช่วงที่มีความชื้นสูง อาจพบกลุ่มสปอร์ของเชื้อสีส้มอ่อนหรือชมพูบนแผล
          ในสภาพดินเลว อาจพบอาการใบจุด และใบแห้งที่เกิดจากเชื้อ Colletotrichum heveae ในต้นยางเล็กที่ไม่สมบูรณ์ โดยอาการใบจุด และใบจุดมีลักษณะค่อนข้างกลม ขอบแผลมีสีน้ำตาลเข้ม เมื่อแผลมีอายุมากขึ้น กลางแผลจะมีสีซีดคล้ายอาการของโรคใบจุดตานก แต่จะมีขนาดใหญ่กว่า และมีโครงสร้างเชื้อราเป็นเส้นแข็ง สีดำ ถ้าแสดงอาการใกล้ขอบใบ ทำให้ขอบใบแห้งเป็นแผลค่อนข้างใหญ่ โดยที่บนแผลนั้นจะมีเส้นสีดำขึ้นเป็นวง ๆ อย่างเป็นระเบียบ โรคนี้จะทำให้ต้นยางชะงักการเจริญเติบโต แคระแกร็น

การแพร่ระบาด : เชื้อรานี้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้นานบนเศษซาก และเข้าทำลายพืชปลูกได้หลายชนิด สปอร์แพร่กระจายโดยลม และน้ำฝนกระเด็นไป อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการงอกของสปอร์อยู่ในช่วง 26-29 องศา หากมีความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่า 96 % จะมีเปอร์เซ็นต์ความงอกสูง การเข้าทำลายส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นเมื่อมีความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่า 96% อุณหภูมิโดยรอบอยู่ระหว่าง 26-31 องศา และมีฟิล์มของน้ำเคลือบบนส่วนที่เข้าทำลาย

คำแนะนำในการควบคุมโรค

  1. บำรุงรักษาสภาพดินให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง ใส่ปุ๋ยครั้งละน้อย แต่ให้บ่อยครั้ง และปรับปรุงการระบายน้ำเพื่อไม่ให้พื้นที่ปลูกมีความชื้นสูง
  2. ในแปลงกล้า ควรใช้สารเคมี Zineb, Benomyl, Chlorothalonil หรือ Propineb ฉีดพ่น ทุก ๆ 5 วัน
  3. สำหรับแปลงยางใหญ่นั้นยังไม่พบการระบาดรุนแรงในระดับที่ควรใช้สารเคมี

โรคใบจุดตานก

โรคใบจุดตานก (Birs's Eye Spot)

          เป็นโรคที่พบเสมอในแปลงกล้ายางที่ปลูกไว้เป็นต้นตอ และต้นยางในแปลงกิ่งตาสำหรับขยายพันธุ์ ซึ่งเกิดจากเชื้อรา Drechslera heveae ทำให้ใบร่วง ลำต้นอ่อนแอ และชะงักการเจริญเติบโต จึงต้องใช้เวลานานกว่าต้นยางจะได้ขนาดติดตา ระบาดรุนแรงในดินทราย ดินร่วนปนทรายที่ไม่อุ้มน้ำ และขาดความอุดมสมบูรณ์ ใบที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว และใบแก่จะต้านทานต่อโรค

ลักษณะอาการ

มีลักษณะแตกต่างกันตามอายุของใบและระยะเวลาในการเข้าทำลาย
  • ถ้าเชื้อราเข้าทำลายในระยะใบยังอ่อนมาก (ระยะที่ใบยังเป็นสีน้ำตาลแดง และยังมีการขยายขนาดอยู่) จะเกิดแผลช้ำน้ำสีดำ แผ่นใบหงิกงอ เหี่ยวแห้ง และร่วงในที่สุดซึ่งลักษณะอาการนี้จะไม่แตกต่างจากการเข้าทำลายของเชื้ออื่น
  •  ถ้าเชื้อเข้าทำลายใบที่ขยายตัวเต็มที่แล้ว แต่ยังไม่แก่จัด (ใบมีอายุ 2-3 สัปดาห์) จะปรากฏจุดแผลค่อนข้างกลม ขอบแผลมีสีน้ำตาลล้อมรอบรอยซึ่งโปร่งแสง ขนาดของจุดมักมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-3 มิลลิเมตร เมื่อใบเจริญต่อไปจนแก่เต็มที่จะพบว่า ขอบแผลมีสีเหลืองล้อมรอบ
  •  ถ้าเชื้อเข้าทำลายใบยางแก่ จะเห็นจุดเป็นเพียงรอยสีน้ำตาลเข้มเล็ก ๆ โดยทั่วไปจะพบลักษณะอาการทั้งสามแบบ เกิดขึ้นบนใบยางที่เป็นโรคอย่างรุนแรง กล่าวคือ ปลายใบเหี่ยวแห้ง และหลุดร่วงบางส่วน มีจุดแผลปรากฏบนใบมากมาย หากถูกเชื้อเข้าทำลายซ้ำ จะทำให้ใบยางร่วงติดต่อกัน ยอดชะงักการเจริญเติบโต และมีขนาดพองโตขึ้น อาจพบรอยแผลสีดำตามยอด และก้านใบ


การแพร่ระบาด :เชื้อราสร้างสปอร์ตรงกลางรอยแผลทางด้านล่างของแผ่นใบ สปอร์แพร่ระบาดโดยลม ฝน น้ำค้าง และการเสียดสีระหว่างต้นยาง การสัมผัสขณะทำงานจะช่วยให้เกิดการระบาดไปยังต้นข้างเคียงได้เป็นอย่างดี

คำแนะนำในการควบคุมโรค

  1. หลีกเลี่ยงการปลูกต้นกล้ายางในพื้นที่ดินทราย
  2. ใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอกช่วยปรับโครงสร้างดินให้อุ้นน้ำได้ดีขึ้น
  3. ใช้สารเคมี Mancozeb,Propibeb,Chlorothalonil ใช้ฉีดพ่นทุก ๆ 7 วัน จนกว่าต้นยางจะมีใบฉัตรใหม่ที่สมบูรณ์ดี